(กรณีศึกษา SEO) ดัน 40+ คีย์เวิร์ด ขึ้นหน้า 1 ใน 6 เดือน

feature image - กรณีศึกษาการทำ SEO

แก้ปัญหา SEO ด้วยการวิเคราะห์โครงสร้างเว็บ (กรณีศึกษาจริง)

บทความนี้ เขียนในลักษณะกรณีศึกษาสั้นๆ กลั่นกรองจากประสบการณ์จริงที่ทำ SEO ให้กับบริษัททำพวกอสังหาริมทรัพย์ สร้างบ้าน ส้างคอนโดขาย อะไรเทือกนี้ ในปี 2558

เรามาดูกันว่า การวิเคราะห์โครงสร้างเว็บไซต์ หรือ การทำ Onpage อย่างถูกหลัก เพื่อหาปัญหา และแก้ไข อย่างรวดเร็วและถูกต้องนั้น สามารถทำให้โปรเจ็คนี้ประสบความสำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ ได้อย่างไร ถึงแม้จะมีความยากระดับชาติก็ตาม

สารบัญ

ข้อมูลเบื้องต้นโปรเจ็คนี้

เรามาเริ่มต้นกันด้วยการดู ความตร้องการของโปรเจ็คนี้ (Requirements) กันแบบคร่าวๆ

ความยาก และความท้าทาย

ดูผลลัพธ์กันก่อน..

ก่อนจะไปดูปัญหาที่พบ ผมว่าเราไปดูผลลัพธ์แบบผ่านๆ กันก่อนครับ เพื่อคุณจะได้มีกำลังใจอ่านกรณีศึกษานี้ต่อไปจนจบ

.. 1-3 เดือน แรก

หลังจากได้วิเคราะห์เว็บไซต์อย่างละเอียด ก็ได้เขียนรายงานปัญหาต่างๆ ที่คิดว่าเป็นอุปสรรคในการทำอันดับดีๆ ใน Google เสร็จแล้วจึงส่งให้ทางทีมงาน web developer ก็ได้ทำการแก้ไขไปเรื่อยๆ ปกติแล้วจะใช้เวลาในการทำ SEO Implementation อยู่ที่ 30 วัน หรือ 1 เดือนโดยประมาณ สำหรับเว็บทั่วไป

แต่เนื่องจากปัญหาทางเทคนิกของลูกค้ารายนี้ค่อนข้างเยอะ เว็บค่อนข้างใหญ่ อีกอย่างบางสิ่งที่แนะนำก็ไม่สามารถแก้ได้ ด้วยข้อจำกัดบางอย่างของนโยบายบริษัท ตีกันไปตีกันมา ติดตรงไหนก็ถามมา ตอบไป สรุปรวมแล้ว ใช้ระยะเวลาโดยรวมในการแก้ประมาณ 2 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการแก้ไขปัญหาหลักๆ เสร็จสิ้น ก็เรียกได้ว่าเวลาที่เสียไปนั้น ไม่เสียเปล่า กล่าวคือ คีย์เวิร์ดกว่าครึ่ง 20+ คำ สามารถทำอันดับ ดีดตัวขึ้นไปยืนหน้าหนึ่งได้ ตัวอย่างเช่น…

ตัวอย่าง อันดับคีย์เวิร์ด 'บ้าน' ติดหน้าแรก
คีย์เวิร์ด 'บ้าน' อันดับขึ้นจาก 40+ ไปอยู่หน้าอันดับที่ 10 หน้า 1
ตัวอย่าง ranking คีย์เวิร์ด townhouse
keyword ทาวน์โฮมลาดพร้าม
คีย์เวิร์ด 'ทาวน์โฮมลาดพร้าว' จากหน้า 2 ไปอยู่หน้าอันดับที่ หน้า 1
rank หน้าแรก keyword townhome
คีย์เวิร์ด 'townhome' จากอันดับที่ 20 โดยประมาณ ไปอยู่หน้าอันดับ 2

.. 6 เดือน ผ่านไป

เวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือน หลังจากเริ่มโครงการ 40 กว่าคำ ที่ทำสามารถขึ้นไปยืนหน้าแรกได้ ตัวอย่างเช่น

ตาราง ranking ของ keywords
ตาราง ตัวอย่างคีย์เวิร์ฺด ปี 2558

ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จไวกว่าที่กำหนดระยะเวลาไว้แต่แรก (ภายใน 12 เดือน) หลังจากครบกำหนดเวลา บริษัท agency ที่ส่งงานนี้มาให้ ก็รับโปรเจ็คนี้กลับไปสานต่อ ดังนั้น ranking หรือ อันดับคีย์เวิร์ดหลังจากปี 2558 นั้น จะตก หรือ จะขึ้น อย่างไรผมไม่ได้ตามแระ

ปัญหาที่พบจากการวิเคราะห์เว็บไซต์ (Site-Wide Audit)

ต้องบอกว่าไม่แปลกใจเลยว่า แว๊บแรกที่ตรวจสอบเว็บของลูกค้าแล้ว อุทานขึ้นมาในใจว่าเวรกรรม ทำไมมันเยอะอย่างนี้ปัญหาน่ะ ในตัวรายงานจริงที่ส่งให้ลูกค้าจะมีอยู่หลายไฟล์ด้วยกัน แยกตามชนิดของปัญหา รวมๆ แล้วกว่า 20 หน้า ในบทความนี้คงสาธยายให้เห็นกันไม่ไหว

จึงขอยกตัวอย่างสัก 2-3 ปัญหาหลักๆ พร้อมวิธีแก้ดังนี้ครับ

1. ปัญหาทางด้านเทคนิก (Technical SEO Issues)

1.1) 302 Redirects

สำหรับท่านที่ ไม่คุ้นกับศัพท์ หรือการทำ Redirection ? มาก่อน ขออธิบายนิสนึงก่อนแล้วกันครับ ว่า redirection คือ การเปลี่ยนทิศทางเว็บเพจจากที่นึงไปอีกที่นึง

เคยไหมครับ ที่คุณเปิดเว็บนึง เช่น www.abc.com/page1.html แต่หน้าที่ถูกส่งกลับมาดันเป็นหน้า (URL) อื่น เช่น www.abc.com/page2.html

​นี่แหละครับคือการเปลี่ยนทิศทางอัตโนมัติโดยทางเจ้าของเว็บเขาทำไว้ โดยทั่วไปจะเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Redirect

ปัญหา Redirect ของบริษัทนี้

เว็บของลูกค้า ได้มีการทำ redirect ทั้งเว็บ แบบ 302 จาก non-www ไปยัง www กล่าวคือ จาก http://abc.com/ ไปยัง http://www.abc.com/ ในส่วนนี้ก็ได้แนะนำไปในรายงานให้ทำการแก้ไขให้ เปลี่ยนการ rediect จาก 302 ไปเป็นแบบ 301 การแก้ไขอะไรก็ตามในวงกว้าง คือ แก้ทั้งเว็บแบบในกรณีนี้ เป็นการให้ยาแรง จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกกลับมาค่อนข้างชัดเจต แต่ว่าอันดับอาจมีตกในระยะแรก อาทิตย์นึงทำนองนี้ อย่าตกใจ สิ่งที่คุณต้องทำคือ หยุดนิ่งพิชิตความเคลื่อนไหว และให้มั่นใจว่ามาถูกทางแระ

1.2) Thin/Blank Pages

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบในแทบจะทุกประเภทเว็บไซต์ แต่จะส่งผลลบแบบหนักๆ สาหัสๆ มักจะพบกับเว็บใหญ่ๆ ที่มีการสะสม ปัญหาเว็บเพจที่มีเนื้อหาน้อยๆ หรือไม่มีเลย ไว้จำนวนมาก

ปัญหา Thin/Blank Pages ของบริษัทนี้

ด้านล่างเป็นตัวอย่างหน้าที่มีแค่ เครื่องคำนวณเงินผ่อนบ้าน หรือคอนโด (อย่างรูปด้านล่าง) นอกจากนี้แล้วไม่มีเนื้อหาอื่นๆ

หน้าที่มีเนื้อหาน้อยๆ

ปรากฏว่าหน้าบางๆ ที่มีเนื้อหาน้อยๆ ลักษณะนี้มีไม่ต้อยเลย ในเว็บของลูกค้า คือมีอยู่กว่า 400+ หน้า ก็แนะนำให้แก้ไขโดยการ ลบทิ้งซะ ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว หรือบล็อคหน้าเหล่านี้ไม่ให้ Bots จาก Search engines ค่ายต่างๆ เข้าถีงหน้าเหล่านี้ได้ เพราะว่าถ้าคุณสะสมหน้าแบบนี้เยอะๆ เว็บคุณจะถูกมองว่าเป็นเว็บคุณภาพต่ำ ซึ่งมีผลกระทบต่อการทำอันดับโดยตรง

1.3) External Links

ลิ้งค์ออกไปเว็บอื่นๆ เป็นเรื่องที่ถูก และดี แนะนำให้ทำ ครับแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี

ปัญหา External Links ของบริษัทนี้

เว็บของลูกค้า ก็มีลิ้งค์ออกด้วยเช่นกัน แต่ค่อนข้างผิดธรรมดา คือ มันมากเกินไปเช่น มีลิ้งค์ชี้ไปยังเว็บ http://www.bkkcitismart.com/ เกือบ 2000 ลิงค์ ? อันนี้ก็คงต้องบอกว่าเกินพอดีไป เลยต้อง แนะนำให้เอาลิ้งค์ออกซะ หรือไม่ก็ block ไป

2. ปัญหาเนื้อหา (Content Issue)

ปัญหาการใช้เนื้อหา ก็มีหลายปัญหาที่เราพบ แต่ที่หนักๆ และไม่แก้ไม่ได้เลยคือ ปัญหาการใช้เนื้อหาซ้ำๆ กัน (Duplicate Content) ทั้งซ้ำกันในเว็บตัวเอง และเว็บอื่น

ปัญหา Duplicate Content ของบริษัทนี้

ด้านล่างเป็นตัวอย่างปัญหา External duplicate content ที่พบใน Google.co.th แสดงให้เห็นว่าในเว็บอื่นๆ มีการใช้เนื้อหาซ้ำกันกับในเว็บไซต์ของลูกค้า (ที่ผมลงสีเหลืองไว้)

หน้าที่ใช้เนื้อหาซ้ำกัน

ถ้าซ้ำกันในเว็บตัวเองนี่ แก้ไม่ยากก็เขียนใหม่ แต่ถ้าไปซ้ำกันกับเว็บอื่นๆ (เว็บอื่นมา copy เนื้อหาในเว็บคุณไปใช้โดยไม่บอกกล่าว) อันนี้อาจต้องมีการแจ้งให้ทราบ และขอให้เอาออกซะ

3. ปัญหาคีย์เวิร์ด และหน้า Landing Pages (Keyword Mapping)

การทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จนั้น การวิจัยคำหลัก หรือ Keyword Research นั้นสำคัญมาก เพราะว่าสิ่งที่คุณจะได้จากการนี้คือ คีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้า หรือบริการของคุณ และพอเหมาะ พอดีกับงบประมาณ และเวลาที่คุณได้ตั้งไว้

เมื่อได้รายการคีย์เวิร์ดมาแล้วต่อไปก็ต้องดูว่า คีย์เวิร์ดที่คุณได้มานั้นเหมาะที่จะนำไปสร้าง content ในหน้าไหน กระบวนการนี้เรียกว่า Keyword Mapping

ปัญหา Keyword Mapping ของบริษัทนี้

จากการวิเคราะห์ทุกๆ หน้าในเว็บของลูกค้ารายนี้ พบว่า keyword mapping สะเปะสะปะ ราวกับว่าไม่เคยได้ทำ SEO มาก่อน เช่น กลุ่มคีย์เวิร์ด คอนโดใกล้ หรือติด BTS นั้น สามารถนำไปไว้ หรือ target มากกว่า 1 หน้า ซึ่งถ้าปล่อยไว้ Google จะสับสนได้ว่าจะเอาหน้าไหนแน่ สำหรับคีย์เิวิร์ดกลุ่มนี้ สุดท้ายอันดับก็จะกอดคอกันตก ไม่ว่าหน้าไหน

ตารางแสดงการ map คีย์เวิร์ด

สิ่งที่แนะนำก็คือ ควรมีหน้าหลักๆ Landing Page เพียงหน้าเดียวเท่านั้น สำหรับกลุ่มคีย์เวิร์ดที่คล้ายกัน

Author: วิษุวัต
Author: วิษุวัต

การวิเคราะห์เว็บโครงสร้างเว็บ หรือการทำ On Page นั้น จะว่าไปมีส่วนคล้ายกับการเช็คอัพร่างกายประจำปีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาว่าคุณนั้นมีปัญหาสุขภาพหรือไม่อย่างไร หนักหนาสาหัสแค่ไหน ถ้าปล่อยๆ ไป อาจส่งพบลบที่คาดไม่ถึงได้ ถ้าในบริบทของ SEO สิ่งที่อาจเกิดได้ ก็เช่น เว็บคุณถูกทำโทษ (Penaly) โดย Google โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะว่า มองภายนอกเว็บคุณก็ดูปกติ สวยงามดี

สำหรับบริษัทห้างร้าน ที่กำลังมองหาคนมาช่วยดูแลเว็บ จัดทำ SEO สายคุณภาพ ลองคลิกเข้าไปดูบริการของทีมงาน SEO Books เราได้ อ่านรายละเอียดก่อน แล้วสงสัยประการใด สอบถามได้ครับ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้แต่ง คลิกที่นี่

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

8 Responses

  1. สนใจทำ SEO ของ Web นี้ครับ
    เริ่มต้น 10,000 บาท รวมทั้งแก้ไขจุดอ่อนให้ด้วยไหมครับ

    1. 10000 เป็นราคา “รายงานวิเคราะห์เว็บไซต์ของท่านทั้งเว็บ” ยังไม่รวมการแก้ไขครับ ถ้าคุณมี web programmer อยู่แล้วสามารถไล่แก้ตามรายงานได้เลย

  2. สนใจให้ทำ SEO Web นี้ครับ
    เริ่ม 10,000 บาท รวม
    1.วิเคราะห์ปัญหา
    2.และแก้ไขปัญหา
    3.จำนวนที่ทำให้ติดกี่ Key word
    สุชาติ Tel: 0994946599

  3. 1.วิเคราะห์ปัญหา
    ตอบ: รวม
    2.และแก้ไขปัญหา
    ตอบ: ไม่รวม
    3.จำนวนที่ทำให้ติดกี่ Key word
    ตอบ: เนื่องจาก Keywords, ประเภท Longtail ที่ Google เห็นว่าเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดหลักในหน้า Landing Page ที่เราทำ SEO ให้นั้น จะมีหลากหลาย และจำนวนมาก ดังนั้น เราไม่สามารถบอกตายตัวได้ว่าหลังทำ 5, 10, หรือ 100+ คีย์เวิร์ด จะติดอันดับ และนำพาคนมาเข้าเว็บคุณ

    และ เนื่องจาก Google Algorithm มีการอัพเดท เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การรับประกันอันดับคีย์เวิร์ดจึงไม่สามารถทำได้ แนะนำให้คุณใช้
    ปริมาณคนเข้าเว็บจาก Google ก่อนทํา/หลังทํา เป็นตัวชี้วัด ได้ทั้งใน Google Analytics, Google Search Console ครับ

  4. สงสัยตรง keyword mapping ครับที่ว่าหน้าที่ติด keyword สะแปะสะปะ แล้วให้เอามารวมไว้หน้าเดียว จริงๆแล้ว มันทำยังไงครับเพราะวิธีที่ keyword ติด google เป็นคนกำหนดแล้วเราจะเอา kwyword ที่ติดแล้ว มารวมไว้หน้าเดียวตรงนี้ทำยังไงครับ ขอบคุณครับ

    1. อันที่จริงโดยส่วนตัวเห็นว่า คีย์เวิร์ดที่จะติดหน้าไหน webmaster หรือ คนทำ SEO ควรเป็นผู้กำหนดผ่านทาง content ในหน้านั้นๆ ในกรณี case study ในบทความนี้ มีหลายหน้าที่ target คีย์เวิร์ดชุดเดียวกัน ทำให้แต่ละหน้าพากันกอดคออันดับตกกันหมดทั้งกะบิ วิธีทำให้หน้าเดียวเป็นจุดศูนย์รวมของ keywords ที่คล้ายคลึงกัน ทำได้หลายวิธีครับ เช่นใช้ canonical tag ก็ได้, redirect ก็ได้ ยกตัวอย่าง ทั้งนี้ ขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละเว็บไซต์ว่าเอื้อต่อวิธีไหนกว่ากัน

  5. I pay a visit every day a few websites and sites to read articles, however
    this website provides quality based posts.

    1. Thank a lot for liking reading this website. We’ll try to update regularly on best SEO tips and techniques so keep on reading. Thanks 😉

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *