Onpage SEO เทคนิคปรับแต่งเว็บ ให้เป็นที่ Love ของ Google | SEO Books

ปรับเว็บตามหลัก Onpage SEO ให้กูเกิ้ล Love

หลายต่อหลายปีที่ผ่านมา พี่กรู (เกิ้ล) ของเรา ได้อัพเดท algorithm หลายต่อหลายครั้ง ที่บ่อยๆ เด่นๆ เท่าเห็นคงหนีไม่พ้นพี่เพนกวิน (Penquin Update) กับน้องนก Hummingbird ซึ่งก็จะเกี่ยวกับการตามเก็บ ตามเช็ด ตามล้างเว็บที่สร้างลิ้งค์ (Link Building) ที่ออกไปในทาง spam หรือสายดำหน่อย การอัพเดทที่เกี่ยวกับเนื้อหาหรือโครงสร้างเว็บ (Onpage) อาทิ Panda ก็มี แต่ไม่บ่อยเท่า

ทั้งนี้เพราะว่าหลักการพื้นฐานการทำ Onpage SEO นั้น ไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไรนัก ก็คือจะมุ่งเน้นทำเพจที่มี content ที่ถูกใจผู้ใช้ กล่าวคือ ถ้าผู้ใช้มาเว็บคุณแล้วเพลิดเพลิน อ่านบทความนี้เสร็จ ไปดูวิดีโอนั้นต่อ เรียกว่าหมดเวลาชีวิตไปกับ content ที่คุณนำเสนออย่างสนุกสนาน แบบนี้ คือหลักการทำ Onsite หรือ Onpage ที่ถูกต้องและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงจากอดีด จนถึงปัจจุบัน และในอนาคต ในบทความนี้เราจะมาขยายความกันว่าคุณควรปรับปรุงโครงสร้างเว็บเพจอะไร ยังไง ที่ทำให้อันดับใน Google ดีวันดีคืน

On-Page SEO คืออะไร?

On page SEO หมายถึง การปรับแต่งโครงสร้าง web page ในเว็บไซต์ของคุณให้ bots หรือ ตัวไต่ (Crawlers) ที่ถูกส่งมาจาก Google หรือ Search Engines อื่นๆ ทำงานง่ายขึ้น เก็บข้อมูลจากเว็บคุณไป ทำดัชนี (Indexing) ได้อย่างดี ไม่สะดุด

ในความเป็นจริงการทำ onpage นี้มีองค์ประกอบหลายองค์ประกอบอยู่ สำคัญมากบ้าง น้อยบ้าง หมดความสำคัญไปแล้วก็มี ในบทความนี้ผมขอนำเสนอ 7 องค์ประกอบหลักที่มีความสำคัญที่สุด ในหัวข้อต่อๆ ไป

7 องค์ประกอบของ On-Site SEO

สรุปองค์ประกอบทั้งหมดให้ดูง่ายๆ ในแบบรูปภาพ ตามนี้เลย

กระบวนการทำ onpage seo

1. ชื่อเพจ (Page Title)

เมื่อคุณเปิดเว็บเพจขึ้นมา เจ้า Page Title นี้จะปรากฏอยู่ในแท็บของเว็บเบราเซอร์ (ตัวอย่างตามรูปด้านล่าง)  ถ้าตัวหนังสือที่คุณใช้ยาวไป คุณสามารถดู title ทั้งหมดได้ด้วยการเอา mouse ไปชี้ title แบบเต็มก็จะแสดงออกมา

page title

ไอ้เจ้าชื่อเพจนี้ มีความสำคัญมั้กมัก ในการทำ SEO เพราะว่า search engines จะรู้ว่าได้ว่าหน้าเว็บของคุณ หลักๆ แล้วเกี่ยวกับอะไรก็จากเจ้านี่แหละ คุณสามารถสร้าง page title ได้โดยการนำชื่อเพจที่คุณได้เขียนไว้ไปวางระหว่าง HTML Title tag <title> และ </title>

HTML Title

คุณดู title tag นี้ได้โดยการไปที่ Browser (ผมใช้ Chome) กดปุ่ม Ctrl กับตัว U พร้อมกันเพื่อดู source code

ในการเขียนชื่อเพจให้ได้อันดับดีๆ ใน Google นั้นผมแนะนำว่า: 

  • ให้คุณใส่คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำอันดับลงไปด้วย ถ้าใส่ด้านหน้าสุดได้ ก็ยิ่งดี แต่ควรระวังว่าให้อ่านรู้เรื่องด้วยนะ ถ้าเอาแต่ยัดๆ keyword ลงไปอย่างเดียวอาจถูกมองว่าเป็นการทำ keyword stuffing ได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่นอน
  • ตัวอักษรที่ใช้ไม่ควรเกิน 70 ตัว (รวมสระ และ รูปวรรณยุกต์) ไม่งั้น page title ที่คุณคิดมาด้วยความยากลำบาก อาจถูกตัดออกถ้ายาวเกินไป ตัวอย่างตามรูปด้านล่างที่ผมเน้นไว้ในกรอบสีแดงๆ
page title ยาวไปถูกตัดออก

ด้านล่างเป็นตัวอย่างรูปลักษณ์ของ page title (เน้นด้วยสีเขียว) ที่ถูกแสดงใน Google.co.th

page title และ meta description ใน serp
super-hero-icon

Meta Description คืออะไร?

ที่ผม high light ด้วยสีเหลืองไว้ในรูปด้านบน ศัพท์วิชาการเราจะเรียกสิ่งนี้ว่า Meta Description ซึ่งก็คือ คำจำกัดความของหน้าเพจ เขียนต่อยอด อธิบายเพิ่มเติมจาก page title เพื่อให้ผู้คนเห็นภาพเกี่ยวกับเพจนี้ ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเกี่ยวกับอะไร

แนะนำให้ใส่คีย์เวิร์ดไว้ด้วย โดยเลือกใช้ keyword ที่ไม่ซ้ำกับที่ใส่ไปใน title ส่วนจำนวนตัวอักษรก็ไม่ควรเกิน 150 ตัว (รวมสระ, และ รูปวรรณยุกต์)

2. SEO Friendly URL 

ก่อนอื่นขอสะกิตสั้นๆ สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จริงว่า URL มันคืออะไร

URL ย่อมาจาก "Uniform Resource Locator" ซึ่งก็คือ ที่อยู่ของทรัพยากรต่างๆ ใน internet เช่น ชื่อเว็บผม คือ www.seobooks.org อันนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นที่อยู่ หรือ URL ของเว็บ SEO Books นั่นเอง

คำแนะนำในการสร้าง URL เพื่อให้เป็นผลดีต่อการทำ SEO มีดังนี้ครับ 

  • คล้ายๆ page title คือ ให้คุณใส่คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำอันดับลงไปด้วย 
  • URL ที่ไม่มีความหมายไม่เอา เช่น www.abc.com/?=p=123 
  • ตัวอักษรที่ใช้ไม่ควรเกิน 76 ตัว ถ้าจะให้ดีไม่ควรเกิน 3-5 คำ 

มีการศึกษามาเป็นที่เรียบร้อยโรงฝรั่งว่า URL สั้น ส่งผลต่อการทำอันดับใน Google ดีกว่ายาวๆ

ทำ 301 redirect เมื่อ url เปลี่ยน

301 Redirect มีความจำเป็นเมื่อ...

คุณไปเปลี่ยน URL เข้า เช่น ..

URL เดิมเป็น www.seobooks.org/?p=123 

คุณไปเปลี่ยนใหม่เป็น www.seobooks.org/seo-course/ 

แบบนี้ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำว่าให้ redirect แบบถาวร หรือ 301 จาก URL เก่าไป อันใหม่ด้วยเน้อ เพื่อเป็นการส่งผ่านความสามารถในการทำอันดับจากหน้าเก่าไปยังหน้าใหม่ จะได้ต่อยอดได้เลยไม่ต้องไปเริ่มนับ 0 ใหม่

จะเห็นว่าการเปลี่ยน URL แต่ละทีงานงอก ต้อง redirect กันให้วุ่นวาย ฉนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ คิด URL ให้ดีทีเดียว แล้วใช้ไปนานๆ

3. หัวข้อหลัก หัวข้อย่อย (Header)

เวลาคุณเขียนรายงาน หรือหนังสือก็จะมี หัวข้อหลัก และก็จะมีหัวข้อย่อยๆ ใต้หัวข้อหลักอีกที ในเว็บเพจ คุณสามารถใช้ HTML heading tag เพื่อระบุหัวข้อหลัก และย่อยได้ โดยหัวข้อหลักในหน้าจะใช้ H1 (HTML แท็ก คือ <h1></h1>) หัวข้อย่อยลงมาระดับนึงจะใช้ H2 (<h2></h2) ไล่จนไปถึงหัวข้อย่อยที่เล็กที่สุด คือ ระดับ 6 H6 (<h6></h6>)

html h1 to h6

ในการทำ SEO ผมแนะนำให้จัดโครงสร้างเพจให้ดี โดยใช้ Heading Tag ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับเนื้อหา โดย:

  • ให้คุณใส่คีย์เวิร์ด ที่ไม่เหมือนกับที่ใส่ไปใน title หรือใน URL เป๊ะๆ คุณอาจเลือกใช้คำที่มี่ความหมายคล้ายๆ กัน แต่เขียนต่างกัน
  • เขียนให้กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ แต่ได้ใจความ ว่าแต่ละหัวข้อเกี่ยวกับอะไร

4. Rich Media

ใส่ตัวหนังสือในเว็บเยอะๆ นั้นดี เป็นอาหารหลักของ Google เลย แต่ว่า หน้าที่มีแต่ตัวหนังสือมันก็หน้าเบื่อนะ ว่าไหม?

ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของเว็บนี้ หรือไม่ก็เป็นคนช่างสังเกตุแล้วละก็ คุณคงสังเกตุเห็นว่าผมใช้สิ่งที่เรียกว่า rich media เช่น รูปภาพ, กราฟ, ตาราง, วีดีโอ เป็นต้น พอสมควรทีเดียว ในการสื่อความหมายในแต่ละหัวช้อ ทั้งนี้เพราะลึกๆ แล้วเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้คนไม่เบื่อ และใช้เวลาอ่านหรือเสพข้อมูลอย่างมีความสุข ซึ่งส่งผลใ้ห้ Bounce rate ต่ำ และส่งผลทางอ้อมให้อันดับ หรือ Ranings โดยรวมดีขึ้นด้วย อิ อิๆ

การใช้ Alt tag

ALT text เพิ่ม traffic ให้คุณได้นะ ...

ใน HMTL image tag จะมีองค์ประกอบ (attribute) ชื่อ alt อยู่

<img src="https://seo.com/pic.jpg" alt="คำจำกัดความรูป" />

alt มีไว้สำหรับใส่คำอธิบายสั้นๆ ว่ารูปนี้เกี่ยวกับอะไร การทำเช่นนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้ spiders ทำใช้เวลาน้อยลงในการตีความหมาย และมีโอกาสที่รูปต่างๆ ในเว็บคุณอาจติดอันดับใน image search และนำพาคนมาเข้าเว็บคุณเพิ่มขึ้นด้วย นิ

ปล. คุณสามารถดู traffic จาก image หรือรูปภาพที่คุณได้ optimize เป็นอย่างดีได้ใน Google Search Console

GSC - Image traffic

ท่านใดต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกกับ Google Search Console โพสต์นี้ครับ ช่วยคุณได้

5. คีย์เวิร์ด (Keyword)

คำหลัก หรือคีย์เวิร์ด ชื่อมันก็บอกแระว่า เป็นคำหลักที่คุณต้องให้ความสนใจมากที่สุด เพราะว่าเมื่อติดอันดับในหน้าแรก Google แล้วจะนำพาคนมากมายมาซื้อของที่คุณขาย.. ทำนองนี้ ...

จะเห็นในหัวข้อที่ผ่านๆ มา ทั้งใน page title ก็ดี หรือ ในหัวข้อ heading ก็ดี ผมจะแนะนำให้นำ keyword ที่คุณทำ ranking อยู่ ไปแทรกใน html tag เหล่านั้น อยากจะย้ำข้อควรระวังกันให้ชัดอีกที ในกระบวนการนำ keywords ไปแปะไว้ในที่ต่างๆ 

  • หลีกเลี่ยงการใช้คำเดิมๆ ซ้ำๆ ให้คุณพยายามหา คำที่มีความหมายใกล้ๆ กัน (LSI - Latent Semantic Indexing) มาใช้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ Google มองเว็บคุณว่าคุณภาพต่ำ จำยัดคีย์เวิร์ดเพื่อให้ได้อันดับดีๆ ทำนองนี้

สำหรับการหาคำหลัก ว่าหน้าไหนควรหาคำไหนมาทำ seo หรือ หา LSI ยังไง คุณสามารถอ่านวิธีทำได้จากบทความนี้ ผมอธิบายไว้ค่อนข้างชัดเจน

6. เนื้อหา (Text)

อย่างที่กล่าวไปแล้วพอสมควร ในเนื้อหาของเว็บเพจนั้น มีทั้งที่เป็นตัวหนังสือ แต่อาจจะสร้างความเบื่อหน่ายได้ เลยต้องมี media ประเภทอื่นๆ เข้ามาช่วยสร้างแรงดึงดูให้ผู้อ่าน หรือผู้เข้าชมเว็บไซต์คุณอยากจะอยู่ต่อ (เลยได้ไหม) อีกสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้คือ การใส่ keywords ที่คุณทำ เข้าไปในตำแหน่งที่สำคัญๆ ในหน้าเว็บเพจของคุณ เช่นใน title, headings เป็นต้น 

ผมสรุปเป็นข้อๆ สิ่งที่ควรจะทำในการเขียนเนื้อหาเว็บ ดังนี้ครับผม

  • เน้นเลยว่าถ้าทำได้ เขียนเนื้อหาเชิงลึก  วิจัยมาเป็นอย่างดี คนอ่านแล้วได้อะไรกลับไป ไม่ใช่ว่ามีแน่น้ำ เนื้อไม่รู้หายไปไหนหมด
  • เขียนให้ดูเป็นธรรมชาติ เขียนให้คนอ่านเป็นอันดับแรก ระวัง Keyword stuffing โดยการใช้ LSI 
  • ประยุกต์ใช้ rich media ให้เหมาะสม สอดคล้องกับเนื้อหา
  • ใส่คีย์เวิร์ดที่สำคัญที่สุดภายใน 100 คำแรก หรือในประโยคแรกได้ก็ดี

7. Social Share

หลายคนอาจจะกำลังงง งวย ว่าเอ๊ะ social share อย่างที่เห็นด้านล่าง ก็คือปุ่มให้กดแชร์บทความไปที่ facebook หรือ twitter นั้น มัน เกี่ยวด้วยหราา กับการทำ seo

ปุ่ม social shares

ขอตอบแบบนี้ ครับว่า Social Signal นั้นมีความสำคัญครับ แต่แบบอ้อมไปอ้อมมา! แต่ก็ช่วยให้ ranking ของคุณไต่อันดับขึ้นไปอยู่ในที่ชอบๆ ได้ เหมือนกัน

สมมุติว่าบทความคุณ ถูกใจคน มีการแชร์มากขึ้น คนก็เห็นและรู้จักคุณมากขึ้น ทำให้โอกาสของคนที่จะ link มายังบทความหรือเว็บของคุณมากขึ้นไปด้วยนี่เอง

ดังนั้นจะมัวเหนียมอายไปทำไม หันมาแปะปุ่ม social share กันให้ไว แล้วมาคอยเช็คอันดับคีย์เวิร์ดที่คุณทำด้วยว่า มันขึ้นมาก ขึ้นน้อยอะไรยังไง มันดีจริงๆ นะ ความรู้สึกที่เว็บอื่นลิ้งค์มาฟรีๆ เพราะเขาเห็นว่า content คุณนั้นมันสุดยอด

ก่อนจากกันไป..

คุณๆ อ่านแล้วสงสัยอะไร ทักแชทกันมาถามได้นะ ใครที่ต้องการเรียนทำ seo ด้วยตัวเอง คลิกทีนี่

ส่วนท่านเจ้าของกิจการทีกำลังหาที่ปรึกษาเรื่องการตลาดออนไลน์ ทักทายกันมาได้ครับ รับรองไม่ผิดหวัง หุหุห

บทความนี้เห็นทีจะต้องจบแต่เพียงเท่านี้ เพราะแรงหมดพอดี 🙂

Click Here to Leave a Comment Below 0 comments

Leave a Reply: