SEO คืออะไร? ช่วยธุรกิจของคุณได้ยังไง สอนครบสูตร อ่านจบทำได้เลย

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
search engine optimization

SEO คืออะไร?

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง กระบวนการหรือกิจกรรมที่คุณทำกับสินทรัพย์ออนไลน์ของคุณเพื่อให้ทรัพสินย์เหล่านั้นมีอันดับที่ต้องการในผลการค้นหาของ Search Engine (SERP – Search Engine Result Pages) 

ขอขยายความ 2 องค์ประกอบในคำจำกัดความด้านบน ดังนี้

  •  สินทรัพย์ออนไลน์ (Online Property) ได้แก่สิ่งต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้สาธารณะในอินเตอร์เน็ต เช่น ช่องยูทูป (Youtube Channel), เพจเฟสบุ้ค (Facebook Fan Page), บทความที่คุณลงไว้ใน Blog เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถทำ SEO ได้ทั้งสิ้น ไม่จำกัดอยู่เพียง เว็บไซต์
  •  กระบวนการหรือกิจกรรม ต่างๆ ที่คุณควรทำเพื่อให้ Online Properties ของคุณขึ้นไปติดหน้าแรก Google เป็นต้น พูดง่ายๆ ก็คือ วิธีและขั้นตอนการทำ SEO ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ ที่ผมจะลงรายละเอียดในหัวข้อ “SEO ทําอย่างไร”

ถึงตรงนี้ถ้าท่านใดยังงงๆ ไม่ค่อยเก็ตความหมายของ seo คือ อิหยังวะ วันนี้เอาให้เคลียร์ให้ได้ มาดูวีดีโอเล่าเป็นเรื่องเป็นราวกันมั่ง

จำแนกประเภทของ Search ใน Google ให้กระจ่างก่อนลงมือทำ?

ก่อนที่เราจะดำดิ่งสู่โลกของการทำ search engine optimization ผมขอปูพื้นอีกนิดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

เวลาที่คุณหาอะไรสักอย่างใน Google ในหน้าผลการค้นหา หรือ SERP จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ

เปรียบเทียบ Oranic กับ Paid search

1. โฆษณาใน Google (Paid Search)

ดูตัวอย่างในรูปด้านบน (สีเหลืองๆ ที่ผมเน้นไว้) ส่วนนี้จะอยู่ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา เป็นโฆษณา Google Ads ที่นักลงโฆษณาซื้อไว้ สังเกตง่ายๆ จะมีคำว่า ‘ads’ เล็กๆ กำกับอยู่ เราจะยังไม่ลงรายละเอียดกันเรื่อง SEM Marketing คืออะไรในบทความนี้ ไว้ในอนาคตถ้ามีโอกาสค่อยมาเล่าสู่กันฟัง

2. ผลลัพธ์จากการทำอันดับแบบธรรมชาติ (Organic Search ซึ่งก็ คือ การทำ SEO นั่นเอง)

ส่วนนี้ (สีเขียวในรูป) นี่เองที่เราจะเน้นกันในบทความนี้เพราะว่า ผลลัพธ์ในหน้าผลการค้นหาในส่วนคือผลจากการทำ SEO ล้วนๆ โดยไม่ต้องควักกระเป๋าตังค์ไปจ่าย Google ให้เมื่อยตุ้ม

SEO มีความสำคัญอย่างไร?

เหตุผลที่คุณในฐานะนักธุรกิจออนไลน์ควรหันมาสนใจมาทำ SEO นั้น ผมเห็นว่ามี 2-3 เหตุผลหลักๆ ดังนี้:

1. เพิ่มช่องทางการพาคนเข้าชมเว็บไซต์

ฝรั่งเขาได้ทำการทดสอบสรุปออกมาให้เห็นถึงความสำคัญของการทำ SEO ว่าในบรรดาผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เข้า web นี้ ออก web นั้น ผู้ใช้เหล่านี้ส่วนใหญ่มาจาก search engine ประมาณ 70%

พายกราฟ เทียบ traffic source

ที่เหลืออีก 29% มาจากแหล่งอื่นๆ เช่น เว็บ Social Media อย่าง Facebook, Youtube, Twitter หรือ instagram เป็นต้น ขออธิบายยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น ดังนี้:

คุณทำธุรกิจขายรถมือสอง เว็บไซต์ ของคุณติดอันดับ 2 keyword “ซื้อรถมือสองที่ไหนดี?”  ทำให้มีคนราว 300 คนต่อเดือน เข้ามาเยี่ยมชมเว็บคุณ

บังเอิญคุณปรับเว็บไซต์ของคุณให้มีรูปร่างหน้าตาดี พร้อมทั้งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ว่าที่ลูกค้า กลุ่มเป้า หมายเหล่านั้นก็เลยตัดสินใจโทรมาสอบถามแล้วนัดมาดูรถที่ร้าน สมมุติแบบอนุรักษ์นิยมเลยว่าคุณปิดการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 10% หมายความคุณสามารถขายรถเพิ่มขึ้นเดือนละ 30 คัน! (ชักเริ่มเข้าท่าแล้ว?)

สรุปว่าถ้าคุณเพิกเฉยช่องทางดึงคนกลุ่ม เป้าหมาย เข้าเว็บใหม่ๆ อย่างการทำ SEO จะทำให้คุณเสียว่าที่ถูกค้าใหม่ๆ ให้กับคู่แข่งของจำนวนไม่น้อยในแต่ละเดือน

2. กระจายความเสี่ยงธุรกิจ (Business Risk)

“บางท่านอาจบอกว่า SEO ไม่จำเป็น ทำก็นานกว่าจะเห็นผล ทุกวันนี้ทำ Marketing ใน Social Media ซื้อโฆษณาในเฟสบุ้ค ก็ขายของดีเป็นเททิ้งอยู่แล้วไม่เห็นต้องทำ”

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่ผมว่าการเอาไข่ทั้งหมดใส่ไว้ในตระกร้าใบเดียว (ในที่นี้คือการซื้อโฆษณา) มันก็สุ่มเสี่ยงอยู่ 2 ประการ ดังนี้:

  1. คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์ออนไลน์: เว็บไซต์ที่คุณไปลงโฆษณาไว้ วันดีคืนดีถ้าเขาเลิกทำไป หรืออยู่ดีๆ ก็ปิดบัญชีโฆษณา (Advertising account) ของคุณแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้นะครับ มีตัวอย่างให้เห็นมาเรื่อยๆ
  2. การขาดสภาพคล่อง: การลงซื้อโฆษณาหรือยิง Ad ที่เขาเรียกกันทุกวันนี้ มันต้องมีเงินไปซื้อนะ อยู่ดีๆ COVID 19 ก็มา ทำให้ธุรกิจคุณขาดสภาพคล่องต้องตัดงบตัดรายจ่ายรัดเข็มขัดกันให้วุ่น นั่นหมายความว่าคนที่มาจาก PPC หรือ SEM Marketing ต้องเป็นศูนย์ทันที

แล้วจะทำยังไง งานเข้าเลยทีนี้ ช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียวที่ดึงคนเข้าร้านมาแรมปีก็ไม่มีแระ จะขายของให้ใครล่ะอีหรอบนี้

3. การวัดผลที่มีประสิทธิภาพ (Digital Marketing Measurement)

คุณอาจจะนึกแย้งเล่นๆ ในใจเบาๆ (อีกแระ) ว่า ทำไมต้องทำ SEO ให้เมื่อยตุ้มไปใยในเมื่อคุณไปเล่น Marketing แบบเดิมๆ คือลง ads ในนิตยสารรถมือสองหรือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นก็ได้ อาจขายได้เยอะกว่าด้วย!

ตอบว่า: มันก็จริงอยู่ที่ว่าคุณอาจขายได้ แต่ว่าผมเชื่อลึกๆ ว่าการซื้อโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์เดี๋ยวนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง การลงหนังสือพิมพ์แจกฟรีตามรถไฟฟ้า (ยกตัวอย่างนะครับ) คุณอาจต้องกำเงินมาวันละเหยียบแสนในการลงโฆษณากรอบเล็ก หน้าในๆ

และที่สำคัญอย่างการวัดผลแบบละเอียดทำค่อนข้างลำบาก ไม่เหมือนการทำอะไรก็ตามออนไลน์ที่คุณสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้ คุณสามารถวัดสมรรถนะ Campaign ที่คุณเสียตังค์ลงไปได้ลึกและหลากหลายกว่า อาทิ คุณสามารถดูใน Google Analytics ได้ว่าวันนี้มีคนเข้ามาเว็บไซต์คุณกี่คน, หน้าเพจไหนคนดูเยอะ, คนอ่านหน้าไหนนาน, มาหน้านี้แล้วไปไหนต่อ, โทรมาหาคุณกี่ครั้งต่อเดือน เป็นต้น

อัพเดตความพร้อมก่อนลงมือทำ SEO: หาคำเหมาะๆ สำหรับดึง user เข้าชมเว็บไซต์ 

ก่อนลงมือทำ SEO นอกจากการ design วางแผนคำนวณต้นทุนอย่างรัดกุมแล้ว ยังมีอีกงานที่ขาดเสียไม่ได้นั่นก็คือการทำวิจัยคีย์เวิร์ด (Keyword Research) ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจ Market ว่าคนที่สนใจและมีแนวที่จะซื้อสินค้าหรือบริการของคุณนั้นเขาใช้ Keywords อะไรค้นหากันธุรกิจของคุณ และอีกอย่างที่สำคัญคือคุณสามารถประเมิน user ที่มาเข้าเว็บไซต์คร่าวๆ ได้ว่าเดือนๆ นึงจะมีคนมาเข้าเว็บไซต์คุณเท่าไร

Keyword Planner เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ Google เขาสร้างมาไว้ให้คนที่ต้องการลงโฆษณาใน Google Ads ใช้ แต่เราชาว SEO สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ 

ในกรณีที่คุณยังไม่เคยเกี่ยวข้องกับการลงโฆษณาใน Google เลย คุณอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในส่วนของจำนวนการค้นหารายเดือน (Search Volume) ที่ดูเหมือนจะไม่เป๊ะๆ แต่จะกำหนดมาเป็นช่วงๆ เช่น 100-1000 เป็นต้น คุณไม่ต้องไปซีเรียสมาก ตัวเลขพวกนี้เป็นเพียงการประมาณเท่านั้น เจ้าไหนก็ไม่เป๊ะครับ Don’t Worry, Be Happy!

ใครที่ยังไม่มีบัญชีก็ให้ไปสมัครก่อนในหน้าสมัครโฆษณาของ Google ดังตัวอย่างในรูปด้านล่าง พร้อมแล้วก็เริ่มกระบวนการสมัครด้วยการคลิกปุ่ม “เริ่มเลย”

รูป - สมัครบัญชีโฆษณา google

เพื่อไม่ให้บทความนี้ยาวเกินไปจนหน้าหมั่นไส้ ผมขอแยกขั้นตอนการทำ Keyword Research อย่างละเอียด (มั่กๆ) ไปเป็นอีกบนความนึง ท่านใดสนใจไปอ่านกันได้ที่ >> คลิก 9 วิธีหาคีย์เวิร์ดมาทำ SEO ให้ติดหน้า 1

โอเค SEO คือ ดี แล้ววิธีการทำให้ข้อความติดหน้า 1 ในกูเกิล (Ranking Factors) ล่ะ ทำยังไงล่ะฮึ?

หลักการทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google นั่นมีไม่เยอะที่ต้องคำนึงถึงและท่องจำเก็บไว้ในใจ มีอยู่ 3 ประการด้วยกัน ดังนี้

  1. เนื้อหา (Content) ของเว็บไซต์ 
  2. โครงสร้างของเว็บไซต์
  3. ลิ้งค์ หรือ Backlink

เรามาไล่ดูกันไปทีละหัวข้อ

1. เนื้อหาข้อมูลเว็บต้องเลิศไว้ก่อน ให้อัปเดตตลอดถึงจะดี (SEO Content is King)

icon - magnify glass

เนื้อหาคอนเทนต์ (SEO Content) ในที่นี้ผมเหมารวมยกเข่งทุกสิ่งอย่างที่คุณสามารถนำมาแปะไว้บนเว็บไซต์คุณ แล้ว user มีความสุขในการเสพสื่อนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ (text), รูปภาพประกอบการอธิบาย (image), Infographic, VDO และอื่นๆ

แต่ที่ยังคงต้องยกไว้เป็นที่ 1 และให้ความสำคัญมากที่สุดก็ยังคงเป็นตัวหนังสือ (text) แบบบ้านๆ เรานี่แหละครับ

ทั้งนี้เพราะว่าถึง Search Engines ต่างๆ โดยเฉพาะ Google จะมีความเก่งกล้าสามารถมากกว่าแต่ก่อนแยะ ในการตีความ rich media อย่าง รูปภาพ, gift animation หรือ แม้กระทั่งวิดีโอ เป็นต้น ในบางครั้งผลลัพธ์ที่ออกมาจากการตีความดังกล่าวก็ยังไม่ค่อยตรงกับใจของเจ้าของเว็บไซต์นัก 

เพื่อเป็นการจัดการกับความเสี่ยงถ้าจะใส่องค์ประกอบต่างๆ นอกเหนือจาก text ในหน้าเว็บให้คุณใส่ตัวหนังสืออธิบายกำกับไว้ด้วยจะดีที่สุด เช่น ใส่คำอธิบายรูปภาพ ไว้ใน Alt ของ HTML Image tag ด้วย เป็นต้น

ในการทำ content มี 2 สิ่ง ที่ต้องระลึกนึกถึงเสมอ มีดังนี้

1. ผู้ใช้ต้องการเนื้อหาแบบไหน (Search Intent)

รูป - หน้าค้นหากูเกิ้ล

สมมุติว่าคุณทำเว็บ Blog ที่เต็มไปด้วยบทความดีๆ แนะนำการเตรียมตัวเตรียมสอบงานราชการ เช่น เตรียมตัวอย่างไรให้สอบปลัดอำเภอติด เป็นต้น 

ถึงตรงนี้คุณอาจคิดว่าติดหน้าแรก keyword “หางานราชการ” นั้นไม่ไกลเกินฝัน .. 

ผมเสียใจที่ต้องบอกว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ เพราะว่าคู่แข่งของคุณที่ติดหน้าแรกลักษณะ Content เว็บแต่ละหน้าประกอบไปด้วยงานราชการ (Job list) ทั้งนั้น ไม่ใช่บทความ (Article) ที่มุ่งเน้นให้ข้อมูล หรือความรู้

ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนลงแรงเดินหน้าทำ คุณควรศึกษาให้ดีก่อนว่า Google ชอบที่จะแสดงเนื้อหาแบบไหนในหน้าผลลัพธ์การค้นหา แล้วก็พยายาม match เนื้อหาประเภทนั้นๆ ให้ใกล้เคียงมากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำอันดับดีๆ

2. คุณภาพ (Quality Content)

ข้อนี้ไม่ต้องสาธยายกันให้ยืดเยื้อครับ พยายามเขียนหรือสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาทิ 

  • เนื้อหาคอนเทนต์ใหม่ ที่ไม่ซ้ำใคร
  • มีข้อมูลงานวิจัยอ้างอิงประกอบ
  • ทำ วีดีโอ อธิบาย เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ
  • มีรูปภาพเพื่อช่วยในการอธิบายหัวข้อยากๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เป็นขั้นเป็นตอน เป็นต้น

2. ปรับโครงสร้างข้อมูลเว็บไซต์บริษัทของคุณตามหลัก Onpage ให้กูเกิ้ล Love

ในภาษา SEO เราจะเรียกการปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์ว่าการทำ Onpage หรือ Onsite หมายถึงการปรับแต่ง Content โครงสร้างและ design ส่วนต่างๆ ที่อยู่ในเว็บคุณสอดคล้องกับ Algorithm ของ google

On-Page SEO คืออะหยังวะในภาษาคน?

icon - site structure

อุปมาอุปมัย การทำ On-page กับ การออกเดท เพื่อให้เห็นภาพแบบนี้คร้บว่า..

“คุณกำลังจะออกเดต หรือไปเที่ยวกับแฟนเป็นครั้งแรก สิ่งที่คุณต้องทำกับตัวเองคืออะไรครับ? ตัดผมให้ดูเป็นทรงหน่อย, ใส่เสื้อตัวเก่ง, ใส่น้ำหอม ทีคุณคิดว่าแฟนหรือว่าที่แฟนคุณชอบ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อสิ่งเดียวครับ คือ .. การสร้างความประทับใจแรก (First Impression) เพื่อให้ติดตราตรึงใจว่าที่แฟนคุณ เพื่อในอนาคตอาจมีการพัฒนาเปลี่ยนสถานะไปเป็นแฟนและภรรยาในที่สุด ..

เว็บคุณก็เหมือนกันเพื่อที่จะสร้างความประทับใจให้ Google แล้ว ก็ต้องปรับเว็บไซต์ในส่วนต่างๆ เพื่อในอนาคตอันใกล้ Google ถูกใจขึ้นมา อาจโปรโมทเว็บคุณให้ติดหน้าแรก ก็ได้ ใครจะรู้…

สำหรับท่านที่พอเข้าใจบ้างแล้วเรื่องเทคนิคการทำ On-page แล้ว ไปอ่านหัวต่อไปได้เลย สำหรับท่านที่ยังโก๊ะๆ งงๆ หรือลืมไปบ้างแล้ว ไปอ่านบทความนี้ก่อน >> ปรับเว็บให้แรงด้วย 7 ขั้นตอน Onpage-SEO

3. สร้างลิ้งก์ (Backlink) อย่างไรถึงจะได้ผลดี

ในการทำอันดับ SEO ให้ได้ผลดีนั้นนอกจากการปรับแต่งเว็บไซต์ (On-page SEO) ให้ถูกต้องเป็นที่ชื่นชอบของ Google แล้ว คุณมีความจำเป็นที่ต้องมีโปรแกรมที่ช่วยให้คุณวิเคราะห์ลิงก์ในเว็บคุณ และเว็บคู่แข่งเพื่อการวางแผนในการสร้าง backlink (Link Building Campaign) อย่างมีประสิทธิภาพ

รูป - การสร้างลิ้งค์

อุปมาอุปมัยการทำ OffPage หรือการสร้างลิ้งค์ (Backlink) กับการออกเดท (ต่อ) เพื่อให้เห็นภาพครบรอบด้าน แบบนี้คร้บว่า..

รูป - ลิ้งค์เสมือนการโหวต..เอาเป็นว่า ผลการออกเดตครั้งแรกออกมาในทางที่ดี ตอนนี้เธอคนนั้นกลายมาเป็นแฟนคุณแล้ว คุณก็เดินหน้าสานความสัมพันธ์ต่อไปเพื่อให้ได้เธอมาเป็นศรีภรรยา 

ถึงตรงนี้คุณขาดอะไรครับ? ลำพังคุณหัวเดียวกระเทียมลีบ ทำได้เท่าที่คุณทำเท่านั้น แต่ถ้ามีเพื่อนๆของแฟนคุณ อีกทั้งญาติ พี่ น้อง ฝ่ายสาวเจ้า ต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่าคุณเป็นคนดีศรีสยาม ไม่มีหนุ่มใดเทียมหาไม่ได้อีกแล้วในใจใต้หล้า .. เสียงโหวตจากบุคคลที่ 3 ที่น่าเชื่อถือเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้คุณสมหวังเร็วขึ้น และแล้วคุณก็ได้ตบแต่ง ได้เธอคนนั้นมาใช้นามสกุลเดียวกันจนด้ายยย..

ฉันท์ใดก็ฉันนั้นถ้าเพียงคุณปรับปรุงเว็บไซต์คุณเพียงลำพังอย่างเดียว คุณอาจติดอับดับดีได้เฉพาะ keyword ที่มีการแข่งขันน้อย-ปานกลาง แต่ถ้าคุณได้เสียงโหวต (ในที่นี้คือ ลิ้งค์) จากเว็บอื่นๆ ชี้มาที่เว็บคุณด้วย google ก็จะมองว่า อืมม์..ของคุณมันดีจริง จึงไว้ใจ และให้รางวัลเป็น คะแนน SEO Rankings ดีๆ ที่คุณพอใจ ในการสร้าง backlink ให้คำนึง คุณภาพมาเป็นอันดับแรก คำว่าคุณภาพในบริบทการทำ Backlinks ผมจะมอง 2 สิ่งเป็นหลัก :

3.1 ลิ้งค์จาก Web ที่มีความน่าเชื่อถือสูง (High Domain Authority Link)

รูป - domain rate ของ facebookคำว่า Domain rating (DR) หรือ Domain authority (DA) นี้เป็นคำกลางๆ ที่ถูกสร้างมาเป็นตัวชี้วัดความแข็งแรงของเว็บไซต์ในทาง SEO โดยจะมี คะแนน เต็มที่ 100 เว็บไซต์ มีแต้มยิ่งเยอะ ยิ่งดี ยิ่งมีความสามารถในการแข่งขัน seo ในการทำอันดับสูง ยกตัวอย่าง Facebook.com หรือ Google.com มี DR = 100 แนะนำว่าสร้าง backlink ที่มี DR หรือ DA สูงๆ ไว้ก่อน จะดีกว่าลิ้งค์เล็กๆ น้อยๆ

3.2 ลิ้งค์จาก Web ที่มีสินค้า,บริการ คล้ายๆ กัน (Relevant Link)

เลือกที่จะสร้าง backlink ที่มีคอนเทนต์เว็บไซต์เหมือน คล้ายๆ หรืออยู่ใน topic เดียวกันกับเว็บของคุณครับ แนะนำๆ ตัวอย่างเช่น: เว็บคุณเป็นเว็บเกี่ยวกับการหา งาน ถ้าคุณมีลิ้งค์มาจากเว็บหา งาน ยอดนิยมอย่าง Job DB ถือว่าดีมาก เป็น backlink เกรด A ลิงก์ลักษณะนี้เพียงลิงก์เดียวอาจทำให้ตำแหน่ง keyword ที่คุณทำกระโดดขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Google เลยก็เป็นได้

ใช้เครื่องวัดผลให้เป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO

เช็คอันดับ seoจะทำอะไรถ้าจะให้ดีก็ต้องมีการวัดผล การทำ SEO ก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีการวัดผลคุณก็จะไม่สามารถรู้ว่า เวลาและเงินทองที่เสียไปมันเวิร์คหรือไม่เวิร์คถูกจุดหรือไม่ แล้วจะปรับปรุงแก้ไขอะไรยังไงก็ไม่รู้  ถ้าคุณทำ SEO แบบจริงจังไม่ได้ทำแบบเล่นๆ หรือเป็นงานอดิเรก แนะนำว่าให้มีการวัดผลชอย่างต่อเนื่อง จะได้มีข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์หาข้อดี ด้อยและปรับปรุงได้ .แนะนำให้อ่านบทความนี้ “วิธีการเช็คอันดับเว็บไซต์ SEO Ranking แบบง่ายๆ” ผมนำเสนอเครื่องมือและวิธีการตรวจเช็คอันดับ keyword ไว้อย่างละเอียด

หลีกให้ห่างจากบริษัทที่ให้บริการ “สายดำ”

การทำ SEO เหมือนกับสิ่งอื่นๆ ครับคือมี 2 ด้าน มีดำมีขาว ถ้าใจรักไปทางไหนก็ไปทางนั้นไปให้สุดไม่ว่ากัน แต่ชี้ไว้ก่อนเดี้ยวจะหาว่าไม่บอกว่า Google จ้างคนจบปริญญาเอกร่วมพันคน จากมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งระดับโลกเพื่อมาทำงานในการพัฒนา Algorithm และกันโกง กันสแปม กันสายดำ ดังนั้น ถ้าใจมันรักไปทางดำๆ คล้ำๆ หน่อย ต้องแน่ใจว่าคุณหูไวตาไวสามารถกลบเกลื่อนร่องรอยได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเลยครับ ไม่ช้าก็เร็ว.. ขอยกตัวอย่างผล งาน สายดำ หรือ Spam ที่พบบ่อยๆ

1. การทำ Cloaking (พร้อมตัวอย่าง)

การทำ Cloaking พูดง่ายก็คือการแสดงเนื้อหาคอนเทนต์ของเว็บไซต์ให้คนเห็นแบบหนึ่ง และแสดงให้กับ bots จาก search engines อีกแบบหนึ่ง รูปด้านล่างแสดง ‘สินค้าโปรโมชั่นราคาพิเศษ’ ในเว็บขายของใช้เด็กเว็บนึง จะเห็นว่าสำหรับเราๆ ท่านๆ จะไม่เห็นอะไรผิดปกติ รูป - ตัวอย่างการทำ cloaking 1 ถัดไปผมลาก highlight บริเวณด้านของรูปเดียวกัน คุณจะเห็นตัวหนังสือที่ไม่เห็นเมื่อกี้นี้ ทั้งนี้เพราะว่าสีของตัวหนังสือถูกทำให้เป็นสีเดียวกันกับสีของพื้น หรือ background จะด้วยการตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามการกระทำลักษณะนี้คือ Cloaking ผิดนโยบาย google ชัดเจน อย่างเบาอาจแค่ถูกตัด คะแนน อย่างหนักโดยแบนไปเลยดังนั้นไม่แนะนำให้ทำครับ รูป - ตัวอย่าง2 cloaking

2. การทำ Keyword Stuffing คืออะไร?

ต่อจากข้อ 1. เว็บเดียวกันนี้นอกจากจะทำ Cloaking แล้ว ตัวหนังสือที่ซ่อนไว้นี้ไม่ได้เป็นประโยคธรรมดา แต่เป็นลิสต์ของ keywords ที่กำลังทำอันดับอยู่ ดังนี้ “เตียงเด็ก,ที่นอนเด็ก,เปลเด็ก,เปลนอนเด็ก,เตียงเด็กอ่อน,เตียงไม้เด็ก,เตียงเด็ก2ชั้น,เตียงนอนเด็ก,เตียงเด็กไม้สีขาว,เตียงเด็กสีขาว สิ่งดีจากจอยลี้คิดดี้ช๊อพ มีทั้ง เตียงเด็ก,เตียงนอนเด็ก,ที่นอนเด็ก,เปลเด็ก,เตียงเด็กอ่อน,เตียงนอนเด็กอ่อนรวมทั้งรถเข็นเด็กขนาดเล็ก รถเข็นเด็กแฝด จักรยานสามล้อเด็ก จักรยานทรงตัวเด็ก เป็อุ้มเด็ก และไปจนถึงเตียงเด็กโต” การทำแบบนี้เรียกว่า Keyword Stuffing หมายถึงการเอา keyword ที่ต้องการดันไปแปะๆ ไว้ตามหน้าเพจต่างๆ แบบเปรอะๆ โดยมีจุดประสงค์เดียวเพียวๆ คือ rankings ที่ดีขึ้น

3. Spam Link ทำแล้วภาพลักษณ์ของแบรนด์เสีย ไม่แนะนำ

การสร้างลิงก์ได้บอกไปแล้วว่าควรเน้นที่คุณภาพ แต่ก็อีกแหละครับของดีมันก็มีราคาสูง สู้ทำลิ้งค์ที่สร้างจากโปรแกรมไม่ได้ ทำได้เยอะ ทำได้เร็ว แต่คุณภาพเป็นอย่างไรลองดูเองในรูปด้านล่าง รูป - ตัวอย่างลิ้งค์ spam ถ้าลองพยายามอ่านบทความที่มีลิ้งค์ฝังอยู่นี้ จะงงๆ ว่าเอ๊ะเราอ่านภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือบทความนี้สร้างมาจาก software ที่ปั่นบทความที่มีคุณภาพต่ำมาเพื่อสร้างลิ้งค์โดยเฉพาะ  อย่างไรก็ตามลิ้งค์ประเภทนี้มีความสุ่มเสี่ยงต่อการการโดนทำโทษ สำหรับท่านผู้ประกอบการที่ต้องการจะจ้าง Agency มาทำ SEO ต้องถามให้แน่ใจหน่อยนะครับว่าบริษัทที่ท่านเลือกไม่สร้างลิงก์สายดำ เพราะถ้าถูกจับได้ และถูกทำโทษ (Penalized) ในบางครั้ง จดทะเบียนโดเมนใหม่ สร้างเว็บไซต์ใหม่ เริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ยังเร็วกว่า การให้ เกิ้ลยกเลิกการทำโทษ ดังนั้นจำไว้ครับว่า เสียน้อย เสียยาก.. เสียมาก เสียง่าย
วิษุวัต (Author)
วิษุวัต (Author)

คาดว่า ณ จุดๆ นี้คุณมีความรู้ความเข้าใจดีระดับนึงแล้วว่า seo คือกระบวนการหลายต่อหลายอย่างที่คุณพยายามทำ เพื่อให้อันดับของ Web Property ที่คุณทำนั้น มีอันดับที่ต้องการใน Google ความหมาย, ความสำคัญ, วิธีการทำ SEO ก็ได้อธิบายไปครบจบ training แล้ว

อย่างไรก็ดีถ้าคุณมีคำถาม หรือต้องการแนะนำหัวข้อที่อยากให้เขียน ติดต่อกันทีมงาน SEO Books มาได้ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ ถ้าตอบไม่ได้ จะพยายามไปหาคำตอบมาให้ครับผม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้แต่ง คลิกที่นี่

สอบถาม แสดงความคิดเห็น

join seobooks club!

อ่านเทคนิกการตลาดมาใหม่ก่อนใคร
สมัครรับบทความ สาระน่ารู้ ใหม่ๆ ส่งตรงถึง inbox ฟรี!