เปรียบเทียบ 5 โปรแกรม SEO วิเคราะห์ลิงก์ (Backlink) อันไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

โปรแกรมวิเคราะห์ Links

แชร์โพสต์นี้

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องวัดเพื่อใช้เปรียบเทียบสิ่งต่างๆ รอบตัวมานานนม เช่นเมื่อคุณสงสัยว่าผลของการควบคุมอาหารเดือนนี้เทียบกับเดือนก่อนเป็นยังไง คุณก็จะใช้เครื่องชั่งน้ำหนักเป็นตัววัด 

และคุณก็จะเชื่อผลลัพธ์ที่อ่านได้อย่างสนิทใจเพราะเครื่องชั่งน้ำหนักได้รับการยอมรับโดยปริยายในสากลโลกว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการชั่งน้ำหนัก เราชาว SEO จะบอกว่าเว็บไซต์ใดๆ มีความแข็งแรงเชิง SEO มากหรือน้อยกว่ากัน เราจำเป็นต้องมีเครื่องวัดเช่นกัน ในบทนี้เรามาทำความรู้จักเครื่องมือวัดที่มีมาตรฐาน และเป็นที่นิยมมากที่สุด ณ ขณะนี้กัน

สารบัญ

เลือกเครื่องมือวัดความสามารถในการแข่งขันคีย์เวิร์ดให้เหมาะกับตัวคุณ

ในปัจจุบันมีอยู่ 4-5 บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์วิเคราะห์ลิงก์ทีได้รับความนิยมสูงได้แก่..

5 เครื่องมือยอดฮิตทำ SEO
5 เครื่องมือวิเคราะห์ลิงก์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  1. MOZhttps://moz.com/
  2. Ahrefshttps://ahrefs.com/
  3. SEO Spyglasshttps://www.link-assistant.com/seo-spyglass/
  4. Majestichttps://majestic.com/
  5. SEMrushhttps://www.semrush.com/
แต่ละบริษัทก็มีข้อดีข้อด้อยปลีกย่อยต่างกัน แต่โดยหลักการพื้นฐานทำงานคล้ายคลึงกันคือใช้ลิงก์ (Link) เป็นตัวชูโรงในการวัดความแข็งแรงเชิง SEO ของเว็บไซต์และเว็บเพจ ด้านล่างเป็นตารางเปรียบเทียบเครื่องมือทั้ง 5 ตัว เรียบเรียงจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้มาครบหมดทุกเครื่องมือ ดังนี้
โลโก้ ahrefs
semrush โลโก้
SEO Spy Glass logo
majestic seo logo
moz logo
ปรับแต่งรายงาน
★★★★★
★★★
★★★★
★★★
★★★
โหลดเร็ว
★★★★
★★★★
★★★
★★★★
★★★★
Interface ใช้ง่าย
★★★★★
★★★★★
★★★★
★★★★
★★★★
ขนาดฐานข้อมูล
12 T*
6.2 T*
2.7 T*
1.2 T*
1 T*
ราคา
$99-$999/mo
$99-$399/mo
$124-$999/yr
$49-$399/mo
$99-$599/mo
ทดลองใช้
7 วัน $7
ฟรี**
30 วัน ฟรี

* T = ล้านๆ ลิงก์ เช่น 12T หมายถึง 12 ล้านล้านลิงก์

**ฟรีไม่จำกัดเวลา แต่มีข้อจำกัดอื่นๆ เช่น จำนวนคีย์เวิร์ดและจำนวนลิงก์ที่สามารถเช็คได้

2 เกณฑ์ประกอบการตัดสินใจ...

ผมมี 2 เกณฑ์ ที่คุณสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกว่าจะใช้เครื่องมือของบริษัทไหน ดังนี้…

2.1 งบประมาณ (Budget)

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเรีmoz logoยนรู้ SEO เรียกได้ว่าเป็นมือใหม่หัดทำและมีงบไม่มากนัก ผมแนะนำให้เริ่มต้นที่ MOZ เพราะว่าคุณมีเวลานานถึง 30 วัน ที่จะทดลองใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ว่าเมื่อหมดเวลาทดลองใช้ผมไม่แนะนำให้ใช้ต่อ เหตุผลหลักคือ MOZ ขนาดฐานข้อมูลเล็กโดยเฉพาะภาษาไทยยังไม่สนับสนุนเต็มที่ ตัวอย่างเช่น ไม่มีข้อมูลปริมาณการค้นหารายเดือน (Monthly Volume) สำหรับคีย์เวิร์ดภาษาไทย…

ืืMOZ ไม่แสดงปริมาณการค้นหารายเดือน
ตัวอย่างข้อจำกัดของ MOZ - ไม่มีข้อมูล Search Volume

ถามว่าไม่ให้ใช้ MOZ แล้วให้ใช้อะไร? ...

seo spyglass โลโก้ตอบแบบนี้ครับว่าถ้าคุณเป็นบริษัทขนาดกลางหรือเล็กที่มีงบการตลาดไม่มากนัก ผมแนะนำให้ใช้ SEO Spyglass

หน้าหลัก SEO Spyglass
หน้าแสดงผลหลักของ SEO SpyGlass

เพราะมีราคาถูกที่สุดเริ่มต้นที่ปีละ $124 ซึ่งคุณใช้ซอฟต์แวร์ตัวอื่นได้แค่หนึ่งเดือนเท่านั้นในราคานี้ นอกจากนี้ SEP Spyglass ยังมีขนาดฐานข้อมูลที่ค่อนข้างใหญ่คือประมาณ 2.7 Trillion (ล้านๆ ลิงก์) อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างที่ SEO Spyglass เป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องติดตั้งและใช้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ ในขณะอีก 4 ตัวคุณสามารถล็อกอินเข้าไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านเว็บเบราว์เซอร์

2.2 สมรรถนะในการใช้งาน (Performance)

โลโก้ ahrefsถ้าคุณมีงบเพียงพอ ผมแนะนำให้ใช้ ahrefs เพราะว่านอกจากจะมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุด Interface ของ ahrefs ยังถูกออกแบบมาให้ใช้ง่ายไม่ต้องเสียเวลานานในการทำเข้าใจง่าย นอกจากนี้คุณสามารถเรียกดูรายงานสำคัญๆ ได้เพียงการคลิก 1 ครั้ง เช่น คุณสามารถเรียกดูได้ว่าหน้าไหนในเว็บไซต์มีลิงก์ชี้ไปหามากที่สุดในรายงาน The Best Pages by Incoming Links

รายงานของ ahrefs - best by links
แสดงรายงานหน้าเพจตามจำนวน Backlink

การปรับแต่งรายงานเพื่อดูข้อมูลเฉพาะก็สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่าน Filter ในบทแรกผมได้พูดถึงการหาคีย์เวิร์ดที่ติดอันดับอยู่ในหน้าที่สองของ Google ด้วย GSC คุณสามารถทำแบบนี้เช่นกันใน ahrefs แต่วิธีการนั้นง่ายกว่ามาก…

1. เปิด https://ahrefs.com/ แล้วคลิก Site explorer จากเมนูด้านบน

เมนู Site Explorer ของ aHrefs
ขั้นตอน 1: คลิกลิงก์ Site Explorer

2. ป้อนเว็บไซต์ของคุณลงไป จากนั้นให้คลิกที่แว่นขยาย

ใส่ keyword
ขั้นตอน 2: ป้อนคีย์เวิร์ดลงไปใน Site Explorer

3. เปิดรายงาน Organic Keywords ด้วยการคลิกลิงก์ Organic keywords (ภายใต้หัวข้อ Organic search) ที่เมนูด้านซ้ายมือ

เปิดรายงาน Organic Keyword
ขั้นตอน 3: คลิกที่เมนู Organic Keywords

4. ในหน้ารายงาน Organic Keywords จะมีหลากหลาย Filter ให้คุณเลือกเพื่อดูรายงานเฉพาะที่คุณต้องการ ในตัวอย่างนี้ให้คุณเลือก Position แล้วป้อนค่า “11” ในช่อง From และ “20” ในช่อง To เสร็จแล้วกดปุ่ม Apply

ตัวเลือก filter โดยตำแหน่ง keyword
กรองเอาคีย์เวิร์ดตำแหน่งที่ 11-20

เพื่อสร้างรายงานที่มีแต่คีย์เวิร์ดอันดับที่ 11-20 (คีย์เวิร์ดที่ติดหน้าสองของ Google)

รายงาน Organic Keyword

จะเห็นว่า ahrefs สามารถย่นระยะเวลาในการทำงาน ช่วยให้คุณสร้างรายงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกไม่กี่คลิก

2.3 จำนวนคนใช้

ถ้าซอฟต์แวร์มีคุณใช้งานอยู่แค่คนเดียว คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงกว่าสำหรับคุณลักษณะ (Features) การใช้งานหลายคน (User seats)

เปรียบเทียบราคา aHrefs package
แพ็คเพจต่างๆ ของ aHrefs

รูปด้านบนแสดงแพ็คเกจของ ahrefs จะเห็นว่าแพ็คเกจ Advanced รองรับผู้ใช้งานได้ 3 คน มีราคาแพงกว่าแพ็คเกจ Standard ที่ใช้งานคนเดียวถึง $220

ก่อนที่จะเลือกใช้ซอฟต์แวร์ตัวไหนผมแนะนำให้เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยเปรียบเทียบแต่ละแพ็คเกจให้ดีจะได้เลือกเครื่องมือที่มีคุณลักษณะครบและราคาเหมาะสมกับงบประมาณที่ได้ตั้งไว้

วิษุวัต (Author)
วิษุวัต (Author)

ผมจะใช้ ahrefs เป็นหลักประกอบการอธิบายในบทความต่อๆไป คุณมีอิสระเต็มที่ในการเลือกใช้เครื่องมือตัวไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องใช้ตามผม อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าเครื่องมือเหล่านี้ต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น อาทิ MOZ จะเรียกความแข็งแรงเชิง SEO ของทั้งเว็บว่า Domain Authority (DA) และเรียกความแข็งแรงเชิง SEO ในระดับเว็บเพจว่า Page Authority (PA) ในขณะที่ ahrefs จะเรียก Domain Rating (DR) และ URL Rating (UR) ตามลำดับ เป็นต้น...
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้แต่ง คลิกที่นี่