Google Keyword Planner เครื่องมือหาคีย์เวิร์ดที่นักทำ SEO ต้องรู้จักและใช้เป็น

Google Keyword Planner

แชร์โพสต์นี้

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

Keyword Planner หรือเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด เป็นเครื่องมือที่ Google สร้างมาไว้สำหรับการลงโฆษณาใน Google หรือที่เรารู้จักกันในนาม Google Ads ท่านใดที่ยังไม่มีแอ็กเคาต์ก็ไปสร้างกันได้ฟรีตามลิงก์นี้ https://ads.google.com/intl/th_TH/home/ ในบทนี้เราจะมาเรียนรู้เทคนิคการใช้เครื่องมือตัวนี้กัน

สารบัญ

หาคีย์เวิร์ดขั้นพื้นฐาน

สมัครเสร็จสรรพเรียบร้อยก็ล็อกอินเข้าไป จากนั้นให้หา “เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด” โดย…

  • 1. คลิกที่ “เครื่องมือและการตั้งค่า”
  • 2. คลิก “เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด” เพื่อเปิดเครื่องมือตัวนี้ขึ้นมา
เปิดเครื่องมือขึ้นมา
  • 3. คลิกที่ “ค้นพบคีย์เวิร์ดใหม่ๆ”
ค้นพบคีย์เวิร์ดใหม่ๆ
  • 4. ในส่วนของ “เริ่มด้วยคีย์เวิร์ด” ให้คุณป้อนคีย์เวิร์ดลงในช่อง "ป้อนผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมาก" เช่น ถ้าคุณเปิดร้านขายกระเป๋าสตางค์ ก็สามารถใส่คำประมาณว่า “กระเป๋าสตางค์” ลงไป
  • 5. คุณสามารถเลือกภาษาและประเทศที่คุณต้องการดูข้อมูลได้ เสร็จแล้วกดปุ่ม “ดูผลลัพธ์”
ปรับแต่งภาษา และป้อนคีย์เวิร์ด

เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดจะแสดงผลลัพธ์ที่ต้องการ ได้แก่ “คีย์เวิร์ด” (ที่ Google คิดว่าเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่คุณได้ใส่ลงไป) พร้อมทั้ง “การค้นหารายเดือนโดยเฉลี่ย”

  • 6. คุณสามารถใช้ Filter เพื่อกรองให้ได้ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เช่น คุณขายกระเป๋ายี่ห้อ Coach ยี่ห้อเดียว ในกรณีนี้คุณสามารถกรองเอาแต่คีย์เวิร์ดที่ประกอบด้วยคำว่า Coach เท่านั้น
ใช้ Filter
  • 7. คุณสามารถคลิกลิงก์ “ดาวน์โหลดแนวคิดคีย์เวิร์ด” เพื่อดาวน์โหลดตารางคีย์เวิร์ดนี้
ดาวน์โหลดคีย์เวิร์ด

ไปวิเคราะห์ในโปรแกรม Spread Sheet เช่น Microsoft Excel

เปิด csv ใน Excel

เท่านี้คุณก็มีรายการคีย์เวิร์ดนับร้อย ที่คุณสามารถมานั่งเลือกได้แล้วว่าคำไหนตอบโจทย์ทางธุรกิจหรือไม่ อย่างไร

หาไอเดียคีย์เวิร์ดจากคู่แข่ง

นอกจาก Google Keyword Planner จะช่วยคุณหาไอเดียที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณแล้ว เครื่องมือตัวนี้ยังสามารถหาไอเดียคีย์เวิร์ดจากคู่แข่งของคุณว่าเขาเลือกคีย์เวิร์ดอะไร ประมาณไหนมา ทำ

วิธีใช้ Google Keyword Planner ช่วยหาไอเดียคีย์เวิร์ด ก็คือ…

  • 1. ให้คุณป้อนผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณใน Google ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นบรรดาเว็บคู่แข่งที่ติดอันดับในหน้าแรก
ป้อนคีย์เวิร์ดลงใน Google
  • 2. ในการหาไอเดียคีย์เวิร์ดจากคู่แข่ง เราจะไม่เริ่มต้นด้วยคีย์เวิร์ดเหมือนในการหาคีย์เวิร์ดขั้นพื้นฐาน แต่เราจะเริ่มต้นด้วยเว็บไซต์หรือ URL ของคู่แข่ง ให้คุณคลิกที่ “เริ่มต้นด้วยเว็บไซต์”
ป้อนเว็บคู่แข่ง
  • 3. ป้อน URL เว็บเพจที่ติดอันดับในหน้าแรกของ Google เริ่มจากเว็บที่ติดอันดับ 1
  • 4. เลือก “ใช้ในหน้านี้เท่านั้น” เท่านี้คุณก็สามารถดูได้แล้วว่าคู่แข่งอันดับ 1 ที่ขาย “กระเป๋าสตางค์ Coach” เหมือนคุณ ใช้คีย์เวิร์ดอะไรบ้าง

แก้ปัญหาข้อจำกัดปริมาณการค้นหาสำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้อโฆษณา

อย่างที่ได้เคยพูดไปแล้วว่าใครๆ ก็สามารถสร้างแอ็กเคาต์ Google Keyword Planner ใช้หาไอเดียคีย์เวิร์ดมาทำ SEO ได้ แต่ว่าสำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อโฆษณาใน Google จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างนั่นคือปริมาณการค้นหารายเดือนของคีย์เวิร์ดจะไม่ระบุชัดเจน แต่จะมีค่าเป็นช่วง เช่น 1K – 10K (1,000 – 10,000) ต้น …

ข้อจำกัดคือการค้นหาแสดงเป็นช่วง

โดยส่วนตัวค่าเป็นช่วงอย่างนี้ก็ใช้ได้ครับ เพราะว่าในความเป็นจริงไม่มีเครื่องมือตัวในที่สามารถหาปริมาณการค้นหารายเดือนของคีย์เวิร์ดได้ออกมาแม่นยำ เที่ยงตรง 100% อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องไม่ต้องการที่จะลงโฆษณาใน Google แต่ก็อยากที่จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำนั้นมีการค้นหามากน้อยอย่างไร ผมมีวิธีแก้ขัดมาบอกกัน ดังนี้…

  • 1. ติ้กเลือกคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ
  • 2. คลิกลิงก์ “เพิ่มคีย์เวิร์ด”
การแก้ปัญหา
  • 3. ที่เมนูซ้ายมือ คลิก “คีย์เวิร์ด”
คลิกเลือก keyword

Google Keyword จะแสดงคีย์เวิร์ดประมาณการข้อมูลหลากหลายสำหรับนักโฆษณาเช่น CPC (ค่าคลิก) สูงสุด, ต้นทุนในการซื้อโฆษณา เป็นต้น สิ่งที่เรานักทำ SEO ต้องการคือ ประมาณการ “การแสดงผล” รายเดือน

ตารางแสดงการแสดงผล impression ของ keywords

แม้ว่า “การแสดงผล” ที่ได้จะเป็นประมาณการแสดงผลของโฆษณาที่อยู่บนสุดหรืออันดับที่ 1 แต่เราก็สามารถอนุมาณเอามาใช้กับการทำ SEO ได้ครับว่าเดือนๆหนึ่งคีย์เวิร์ดที่คุณสนใจนั้นมีคนค้นหาใน Google กี่ครั้ง